เทคนิคการวิเคราะห์แบบแท่งเทียนญี่ปุ่น
JAPANESE CANDLESTICK CHARTING TECHNIQUES
วิธีการวิเคราะห์แบบแท่งเทียนญี่ปุ่น
เป็นวิธีการวิเคราะห์ทางเทคนิควิธีหนึ่ง ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น
โดยมีประวัติย้อนหลังยาวนานมากกว่า 200 ปี โดยนาย
MUNEHISA HOMMA เป็นผู้คิดค้นจากการศึกษาวิเคราะห์จิตวิทยาของคนในการซื้อขาย
และกำหนดราคาข้าว
และได้เขียนไว้ในหนังสือ 2 เล่ม คือ SAKATA HENSO และ SOBA SAIN NO DEN และเมื่อประมาณ 10 ปี (พ.ศ. 2525) ที่ผ่านมาประเทศกลุ่มตะวันตกทั้งหลายได้เห็นความมีประสิทธิภาพ
จึงได้นำไปใช้วิเคราะห์ตลาดหุ้น ตลาดซื้อขายล่วงหน้า ตลาดออปชั่น
และเครื่องมือตัวนี้ได้มีบุคคลนำเข้ามาวิเคราะห์หุ้นในตลาดหุ้นไทย เมื่อ พ.ศ.2530
รูปแบบการวิเคราะห์แบบแท่งเทียนญี่ปุ่น
เป็นรูปแบบที่ประกอบขึ้นจากราคาเปิด ราคาปิด ราคาต่ำสุด และราคาสูงสุด
และวิธีการวิเคราะห์หรือความหมายที่ได้จะง่ายและชัดเจน
รวมทั้งไม่ได้ขัดแย้งกับรูปแบบการวิเคราะห์แบบของตะวันตกที่เราคุ้นเคยกัน
แต่กลับเป็นตัวเสริม และบางครั้งก็มีสัญญาณที่ไม่มีในการวิเคราะห์แบบตะวันตก
อาทิเช่น กรณีที่ราคาหุ้นลงมาที่เส้นค่าเฉลี่ย ซึ่งถือเป็นแนวรับ เราไม่รู้ว่า ณ แนวรับนี้จะสามารถรับราคาหุ้นอยู่ได้หรือไม่
แต่ถ้าเป็นกรณีแท่งเทียนเราจะพิจารณาว่าเป็นรูปแบบอะไร และถ้าสมมติว่าเป็นรูป Hammer
เราก็สามารถบอกได้ว่าแนวรับดังกล่าวจะสามารถรับราคาอยู่ได้
ซึ่งกรณีนี้ถือว่าการวิเคราะห์หุ้นแบบเท่งเทียนเป็นตัวเสริมการวิเคราะห์หุ้นแบบตะวันตก
ส่วนกรณีที่ถือว่ามีสัญญาณที่การวิเคราะห์แบบตะวันตกไม่มีก็เช่น
เมื่อหุ้นปรับตัวลงมามากซึ่งตามหลักการวิเคราะห์แบบตะวันตก
จะบอกว่ามีแนวโน้มวันที่ 1/3, 1/2 และ 2/3 ของการขึ้น ซึ่งถ้าสมมุติว่า ระดับราคาที่ตกลงมาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ
60% ของการขึ้นไปการวิเคราะห์แบบตะวันตก
จะบอกว่าราคาอาจจะปรับตัวลดลงต่ำต่อไปอีก แต่สำหรับกรณีการวิเคราะห์แบบแท่งเทียน
ถ้าสมมติว่า ณ จุดนั้นเกิด BULLISH ENGULFING PATTERN ก็จะเป็นการบอกเราว่าราคามีแนวโน้มจะดีดตัวกลับขึ้น
และจากเหตุผลดังกล่าวนี้เองประกอบกับความรวดเร็วในการแสดงสัญญาณต่าง ๆ
ที่ทำให้การวิเคราะห์ แบบแท่งเทียนนี้เป็นที่นิยมในปัจจุบัน
และเหมาะสำหรับนักลงทุนโดยทั่วไป แต่จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับนักลงทุนระยะสั้น
สำหรับรูปแบบของแท่งเทียนแบบต่าง ๆ นั้น เมื่อก่อตัวแล้ว ความหมายที่จะได้
อาจเกิดจากแท่งเทียนเดียว สองแท่ง หรือหลายแท่ประกอบกัน
โดยทั้งนี้สัญญาณที่เกิดก็มีรูปแบบเหมือนกับการวิเคราะห์หุ้นแบบตะวันตก เช่น
เส้นค่าเฉลี่ย (MOVING AVERAGES) เส้นแนวโน้ม (TREND LINE) หรือพ้อยท์แอนด์ฟิคเกอร์ (POINT & FIGURE) กล่าวคือ
บอกถึงแนวโน้มที่กำลังจะเปลี่ยนทิศทาง (REVERSAL TREND) และบอกถึงแนวโน้มที่ดำเนินมาจะดำเนินต่อไป
(CONTINUOUS TREND)
และรูปแบบต่าง ๆ
ของแผนภูมิแบบแท่งเทียนนี้ มีอยู่มากกว่า 50 แบบแต่ที่นำเสนอ จะเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ
มีความหมายที่ชัดเจน และเหมาะสมสำหรับการวิเคราะห์หุ้นในตลาดเมืองไทย
ส่วนการนำเสนอจะแบ่งเป็น 4 หัวข้อหลัก
โดยในหัวข้อแรกจะแสดงถึงรูปแบบเบื้องต้นโดยทั่วไปของแผนภูมิแบบเท่งเทียน
และต่อไปเป็นรูปแบบที่บอกถึงการเปลี่ยนทิศทางที่มีความหมายมาก (MAJOR
REVERSAL PATTERN) และตามด้วยรูปแบบที่บอกถึงการเปลี่ยนทิศทางใหม่
ที่มีความหมายของ (MINOR REVERSAL PATTERN) ดังต่อไปนี้
รูปแบบพื้นฐานทั่วไปของแท่งเทียน
CANDLESTICK
เป็นรูปแบบคล้ายเทียนไขที่เกิดขึ้นจากราคาเปิด
ปิด สูงสุด และต่ำสุด ประกอบด้วยแท่งตรงกลางเรียกว่า แท่งเทียน (REAL
BODY) ไส้เทียนทางบนเรียกว่า
UPPER SHADOW และไส้เทียนทางล่าง เรียกว่า LOWER SHADOW

BLACK
CNDLESTICK
ลักษณะ : ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิดของวัน
และมีแท่งเทียน REAL BODY เป็นสีดำ โดย UPPER SHADOW หมายถึงราคาที่สูงขึ้นระหว่างวัน และ LOWER
SHADOW หมายถึงราคาที่ลงไปต่ำระหว่างกัน
ความหมาย : บอกแนวโน้มที่ไม่ดี

WHITE
CANDLESTICK
ลักษณะ : ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิดของวัน
และมีแท่งเทียน REAL BODY เป็นสีขาว
ความหมาย : บอกแนวโน้มที่ดี

DOJILESTICK
ลักษณะ : ราคาเปิดและปิดของวันเท่ากัน
โดยราคานั้นจะเป็นราคาสูงสุดหรือต่ำสุด หรือไม่ก็ได้
กล่าวคือเป็นแท่งเทียนที่มีตัว เทียนในลักษณะเป็นเส้นขีดขวาง
ความหมาย : บอกลักษณะเป็นกลาง
โดยมีการต่อสู้ของแรงซื้อและขายที่เท่ากัน
โดยเมื่อเกิดตอนหุ้นขาขึ้นบอกแนวโน้มหุ้นอาจจะลงและเมื่อเกิดตอนหุ้นขาลง
บอกแนวโน้มหุ้นอาจจะขึ้น

GRAVESTONE
DOJI
ลักษณะ :
DOJI ที่มี DOJI
LINE (จุดราคาเปิดและปิดที่เท่ากัน) อยู่ระดับต่ำสุดของวัน
ความหมาย : ถ้าเกิดที่ระดับสูงของหุ้นขาขึ้น
จะเตือนว่าแนวโน้มหุ้นกำลังจะลง
แต่ถ้าเกิดที่ระดับต่ำของหุ้นขาลงจะบอกว่าแนวโน้มหุ้นอาจจะขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องมี CANDLESTICK
ในทางบวกเกิดขึ้นตามมา

LONG-LEGGED
DOJI
ลักษณะ : เป็น DOJI
ที่มีไส้เทียนทางบนและทางล่างที่ยาวมาก
และถ้าราคาเปิด-ปิด อยู่ตรงกลาง จะเรียกว่า RICKSHAW MAN
ความหมาย : บอกถึงแนวโน้มที่ดำเนินมาอาจเปลี่ยนแปลง
คือ ถ้าเกิดตอนขาขึ้น หุ้นจะลง และถ้าเกิดตอนขาลงหุ้นจะขึ้น

HIGH
WAVES
ลักษณะ : เป็นแท่งเทียน (CANDLESTICK)
ที่มีไส้เทียนที่ยาวมาก
โดยจะเป็นไส้เทียน ทางบนหรือทางล่างก็ได้
ความหมาย : ถ้าเกิดหลายแท่งเป็นกลุ่ม
บอกว่าตลาดอาจเปลี่ยนแนวโน้มได้ กล่าวคือ ถ้าหุ้นขึ้นอยู่ที่จะลง
หรือถ้าหุ้นลงอยู่ที่จะขึ้น

SHAVEN
HEAD
ลักษณะ : แท่งเทียน CANDLESTICK
ที่มีไส้เทียนทางล่าง (LOWER
SHADOW) แต่ไม่มีไส้เทียนทางบน
(UPPER SHADOW) โดยทั้งนี้แท่งเทียนจะเป็นสีขาวหรือดำก็ได้
ความหมาย : บอกแนวโน้มที่ดำเนินมาอาจจะเปลี่ยนแปลง

SHAVEN
BOTTOM
ลักษณะ : แท่งเทียน (CANDLESTICK)
ที่มีไส้เทียนทางบน (UPPER
SHADOW) แต่ไม่มีไส้เทียนทางล่าง
(LOWER SHADOW) โดยทั้งนี้แท่งจะเป็นสีขาว หรือดำก็ได้
ความหมาย : บอกแนวโน้มที่ดำเนินมาอาจจะเปลี่ยนแปลง

SPINNING
TOP
ลักษณะ : เป็นแท่งเทียน (CANDLESTICK)
ที่มี REAL
BODY ขนาดเล็กและมีไส้เทียนทั้งล่างและบน
ความหมาย : บอกลักษณะเป็นกลาง ๆ คือ
เป็นช่วงต่อสู้กันระหว่างแรงซื้อกับแรงขาย ที่มีกำลังแรงใกล้เคียงกัน
บอกแนวโน้มว่าตลาดหุ้นอาจจะเหวี่ยงตัวขึ้น-ลงแคบ ๆ (SIDEWAYS)

WINDOW
ลักษณะ : เป็นช่องว่างระหว่างแท่งเทียน
ซึ่งเกิดขึ้นมาจากการที่แท่งเทียนวันนี้กระโดยขึ้นหรือลงห่างจากแท่งเทียนเมื่อวาน
ความหมาย : ใช้เป็นแนวต้านหรือแนวรับ
โดยช่วงว่างที่เกิดจากแท่งเทียนกระโดดขึ้น จะใช้เป็นแนวต้าน และช่องว่างที่เกิดจากแท่งเทียนกระโดดลง
จะใช้เป็นแนวรับ

รูปแบบแท่งเทียนที่บอกถึงการเปลี่ยนแนวโน้มที่มีความหมายมาก
(MAJOR REVERSAL PATTERNS)
ABANDONED BABY (UPTREND)
กรณีหุ้นขาขึ้น : เกิดแท่งเทียนรูปกากบาท DOJI
STAR กระโดดขึ้นห่างจากแท่งเทียนสีขาว
WHITE CANDLESTICK ก่อนหน้าจนเป็นช่องว่าง WINDOW หรือ GAP และไส้เทียนไม่ติดกันและต่อมาเกิดแท่งเทียน BLACK
CANDLESTICK กระโดดลงจนเป็น
ช่องว่าง WINDOW หรือ GAP ห่างจากแท่งเทียนรูปกากบาท DOJI STAR และไส้เทียน ไม่ติดกันเช่นกัน
ความหมาย : บอกว่าแนวโน้มที่ขึ้นมาอาจจะเปลี่ยนเป็นลง

ABANDONED BABY (DOWNTREND)
กรณีหุ้นขาลง : เกิดแท่งเทียนรูปกากบาท DOJI STAR กระโดดลงห่างจากแท่งเทียนสีดำ BLACK CANDLESTICK ก่อนหน้าจนเป็นช่องว่าง WINDOW หรือ GAP ไส้เทียนไม่ติดกัน และต่อมาเกิดแท่งเทียนสีขาว WHITE
CANDLESTICK กระโดดขึ้น
จนเป็นช่องว่าง WINDOW
หรือ GAP ห่างจาก DOJI
STAR โดยไส้เทียนไม่ได้ติดกัน
เช่นกัน
ความหมาย : บอกแนวโน้มที่ลงมาคงจะเปลี่ยนเป็นขึ้น

ลักษณะ : แท่งเทียนสีดำ BLACK
CANDLESTICK ที่เกิดในวันนี้เปิดที่ราคา
สูงกว่าราคาปิดของแท่งเทียนสีขาว WHITE CANDLESTICK เมื่อวาน แต่ปิดลงมา
มากกว่าครึ่งหนึ่ง ของตัวเทียน REAL BODY ของแท่งเทียนสีขาว WHITE CANDLESTICK
ความหมาย : บอกแนวโน้มหุ้นที่ขึ้นมากำลัง
จะเปลี่ยนเป็นลง

ENGULFING PATTERNS (BULLISH)
กรณีหุ้นขาลง : เกิดแท่งเทียนสีขาว WHITE CANDLESTICK ที่มีแท่งเทียน REAL
BODY ขนาดใหญ่วันนี้ปิดทับแท่งเทียน
REAL BODY ของแท่งเทียน BLACK CANDLESTICK ในวันก่อนหน้าทั้งหมด
ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องปิดไส้เทียนด้วยเรียกรูป นี้ว่า BULLISH
ENGULFING
ความหมาย : บอกแนวโน้มหุ้นกำลังจะเปลี่ยนเป็นขึ้น

ENGULFING PATTERNS (BEARISH)
กรณีขาขึ้น : เกิดแท่งเทียนสีดำ BLACK CANDLESTICK ที่มีแท่งเทียน REAL
BODY ขนาดใหญ่ปิดทับแท่งเทียน
REAL BODY ของ WHITE
CANDLESTICK ในวันก่อนหน้าทั้งหมด
ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องปิดไส้เทียนด้วย เรียกรูปนี้ว่า BEARISH
ENGULFING
ความหมาย : บอกแนวโน้มหุ้นกำลังจะเปลี่ยนเป็นลง

ลักษณะ : เกิดแท่งเทียน (CANDLESTICK)
ที่มีตัวเทียน (REALBODY)
ขนาดเล็กกระโดดห่างจากแท่งเทียน (CANDLESTICK) ขนาดใหญ่ก่อนหน้าจนเป็นช่องว่าง
ความหมาย : ในตลาดหุ้นขาขึ้น บอกถึงแรงที่จะขึ้นต่อเริ่มน้อยลงในตลาดหุ้นขาลง
บอกถึงแรงที่จะลงต่อเริ่มน้อยลง ทั้งนี้ถ้าแท่งเทียน (CANDLESTICK)
ก่อนหน้ามีขนาดใหญ่และเป็นสีดำ
อาจจะเรียกว่า RAIN DROP

DOJI STAR (UPTREND)
กรณีหุ้นขาขึ้น : เกิด DOJI
LINE (ราคาเปิดกับปิดเท่ากัน) กระโดดขึ้นห่างจากแท่งเทียนสีขาว WHITE
CANDLESTICK ก่อนหน้า
จนเป็นช่องว่างโดยไส้เทียนของ DOJI จะห่างจากแท่งเทียนสีขาว WHITE CANDLESTICK หรือไม่ก็ได้
ความหมาย : บอกแนวโน้มหุ้นที่ขึ้นมาอาจจะเปลี่ยนเป็นลง
และจะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นถ้ามีแท่งเทียน CANDLESTICK ตัวอื่นในทางลบเกิดขึ้นตามมา

DOJI STAR (DOWNTREND)
กรณีหุ้นขาลง : เกิด DOJI
LINE (ราคาเปิดกับปิดเท่ากัน) กระโดดลงห่างจากแท่งเทียนสีดำ BLACK
CANDLESTICK ก่อนหน้าจนเป็นช่องว่าง
โดยไส้เทียนของ DOJI จะห่างจากแท่งเทียนสีดำ BLACK CANDLESTICK หรือ ไม่ก็ได้
ความหมาย : บอกแนวโน้มหุ้นที่ลงมาอาจจะเปลี่ยนเป็นขึ้น
และจะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นถ้ามีแท่งเทียน CANDLESTICK ตัวอื่นในทางบวกเกิดขึ้นตามมา

ลักษณะ : มีแท่งเทียนสีขาว WHITE CANDLESTICK ที่ตามมาด้วยแท่งเทียน CANDLESTICK ที่มีตัวเทียน REAL BODY ขนาดเล็กโดยจะเป็นสีดำหรือขาวก็ได้กระโดดสูงขึ้นห่างไปจนเป็นช่องว่าง
และมีแท่งเทียน BLACK CANDLESTICK เกิดขึ้นตามต่ำลงมาจนเป็นช่องว่างเหมือนกัน โดยราคาปิดของแท่งเทียน BLACK
CANDLESTICK แท่งที่ 3 นี้ จะอยู่ภายในขอบเขตตัวเทียน REALBODY
ของแท่งเทียนสีขาว WHITE
CANDLESTICK วันแรก
ความหมาย : บอกแนวโน้มหุ้นที่ขึ้นมาจะเปลี่ยนเป็นลง

EVENING DOJI STAR
ลักษณะ : เหมือน EVENING
STAR แตกต่างเพียงตัวตรงกลางเปลี่ยนจากแท่งเทียน
CANDLESTICK ขนาดเล็กเป็น DOJI แทน
ความหมาย : มีความหมายเหมือน EVENING
STAR แต่มีน้ำหนักมากกว่า
คือเปลี่ยนแนวโน้มขึ้นเป็นลง

ลักษณะ : ตรงข้ามกับ EVENING
STAR โดยที่เกิดตอนตลาดขาลง
กล่าวคือประกอบด้วยแท่งเทียน 3 แท่ง แท่งแรกเป็นแท่งเทียนสีดำขนาดใหญ่ตามมาด้วย
แท่งเทียนสีขาวเป็นช่องว่าง และตามมาด้วยแท่งเทียนสีขาวเป็นช่องว่างและมีราคาปิดอยู่
ภายในขอบเขตของตัวเทียนแท่งแรก
ความหมาย : บอกว่าตลาดหุ้นจะเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขึ้น

ลักษณะ : รูปแบบเหมือน MORNING
STAR แตกต่างเพียงตัวกลางเปลี่ยนจากแท่งเทียนขนาดเล็กเป็น
DOJI แทน
ความหมาย : เหมือน MORNING STAR
ที่บอกถึงแนวโน้มหุ้นจะขึ้น
แต่มีน้ำหนักมากกว่า

ลักษณะ : เกิดในตลาดหุ้นขาขึ้น
เป็นแท่งเทียน (CANDLESTICK) ที่มีตัวเทียน (REAL BODY) ขนาดเล็กที่ยอดต่ำสุดของวัน
และมีไส้เทียนข้างบนยาวอย่างน้อย 2 เท่า ของตัวเทียน (REAL BODY) ทั้งนี้จะมีไส้เทียนทางล่างเล็กน้อยหรือไม่ก็ได้
แต่ถ้าไม่มีจะมีความหมายมากกว่า
ความหมาย : บอกแนวโน้มหุ้นที่ขึ้นมาจะเปลี่ยนเป็นลง

ลักษณะ : รูปร่างเหมือน HANGING
MAN (หน้า 3-18)
แตกต่างที่รูปแบบนี้เกิด ตอนขาลง (DOWNTREND)
กล่าวคือเป็น CANDLESTICK
ที่มีตัวเทียน REAL
BODY) ขาวหรือดำก็ได้) ขนาดเล็กที่ยอดสูงของวันแล้วมีไส้เทียนทางล่างที่อย่างน้อยควรจะยาวเป็น
2 เท่าของตัวเทียน REAL
BODY ทั้งนี้จะมีไส้เทียนทางบนหรือไม่ก็ได้
แต่ถ้าไม่มีจะมีความหมายมากกว่า
ความหมาย : บอกว่าแนวโน้มหุ้นที่ลงมาจะเปลี่ยนเป็นขึ้น

ลักษณะ : รูปแบบเหมือน HAMMER
แต่เกิดในตอนหุ้นขาลง
กล่าวคือเป็นแท่งเทียน (CANDLESTICK) ที่มีตัวเทียน (REAL BODY) ขนาดเล็ก
โดยจะเป็นสีอะไรก็ได้เกิดที่ระดับราคาต่ำสุดของวัน และมีไส้เทียนทางบนที่อย่างน้อยควรมีความยาวมากกว่าตัวเทียน
(REAL BODY) 2 เท่า
ความหมาย : บอกว่าหุ้นจะเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขึ้น
ทั้งนี้จะมีน้ำหนักมากขึ้น ถ้ามีแท่งเทียน (CANDLESTICK) ตัวที่มีความหมายในทางบวกเกิดขึ้นตามมา เช่น
มีราคาปิดหรือเปิดสูงกว่าตัวเทียน (REAL BODY) ของ INVERTED HAMMER

HANGING MAN
ลักษณะ : รูปแบบเหมือน HAMMER แต่เกิดที่ตอนขาขึ้น (UPTREND)
ความหมาย : บอกถึงแนวโน้มหุ้นที่ขึ้นมาจะเปลี่ยนเป็นลง

ลักษณะ : เกิดในตลาดหุ้นตอนลง
ราคาปิดของแท่งเทียนสีขาว (WHITE
CANDLESTICK) ที่ตามหลังแท่งเทียนสีดำ
(BLACK CANDLESTICK) อยู่สูงกว่าครึ่งหนึ่งของตัวเทียนสีดำ (REAL BODY)
ความหมาย : บอกถึงแนวโน้มหุ้นที่ลงจะเปลี่ยนแปลงเป็นขึ้น

รูปแบบแท่งเทียนที่บอกถึงการเปลี่ยนแนวโน้มที่มีความหมายรองลงมา
(MINOR REVERSAL PATTERNS)
BELT-HOLD LINE (BULLISH)
กรณีหุ้นขาลง : แท่งเทียนสีขาว (WHITE)
มีราคาเปิดที่ระดับราคาต่ำสุดของวัน
และหลังจากนั้นราคาได้เพิ่มขึ้นตลอดบางครั้งก็เรียกว่า WHITE
OPENING SHAVEN BOTTOM ถ้าเกิดที่ระดับราคาอยู่ต่ำ ๆ จะมีความหมายมากกว่า
ความหมาย : แนวโน้มจะเปลี่ยนจาก ลง เป็น ขึ้น

BELT-HOLD LINE (BEARISH)
กรณีหุ้นขาขึ้น : แท่งเทียนสีดำ (BLACK)
มีราคาเปิดที่ระดับราคาสูงสุดของวัน
และหลังจากนั้นราราได้ลดลงตลอดบางครั้งก็เรียกว่า BLACK OPENING SHAVEN
HEAD ถ้าเกิดที่ระดับราคาอยู่สูง
ๆ จะมีความหมายมากว่า
ความหมาย : แนวโน้มที่ขึ้นจะเปลี่ยนแปลง

COUNTERATTACK LINES (BEARISH)