***รวมประโยคเด็ด--คำคม--คติพจ--สำนวน--สุภาษิต--วลีคนดัง*** อัพเรื่อยๆครับ

(1/2) > >>

rooney:
:onion_msn_smileys-07: สวัสดีครับ "เนื่องจาก เป็นความชอบส่วนตัวครับ อัพเรื่อยๆแล้วกัน ใครมีเด็ดๆก็แชร์กันได้นะครับ หรือจะเอาไปใช้ก็ไม่ว่ากัน"   :onion078:

ขอเริ่มจาก Q(^__^)g "ความหมายของความสุขขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณอยากให้มันเป็น" อันนี้ผมใช้กับตัวเองมาตลอดครับ ;D

และ Joy is not in things, it is in us - Benjamin Franklin
ความสุขไม่ได้เกิดขึ้นได้จากสิ่งของรอบตัว หากแต่มีอยู่แล้วภายในตัวของเราเอง

คำคมจากนักบอลดังๆ
” You can be the one in a million. Don’t be discouraged by the odds to succeed.”
“คุณสามารถ เป็นหนึ่งในล้านได้ อย่าให้ความท้อถอย มาทำลายความสำเร็จ” – เดวิด เบคแฮม

“Don’t let the pats drawing the future.”
“อย่าให้อดีตมาตีตรากำหนดอนาคต” – คริสเตียนโน่ โรนัลโด้

“I can’t accept not trying.”
“ผมยอมไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้พยายาม” - เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

The falling of yesterday are the learning of tomorrow.”
“ความผิดพลาดของเมื่อวาน คือบทเรียนสำหรับในอนาคต” - โรเบอร์โต้ บักโจ้

“The boss will give me 90 minutes or a matter of minutes I was a Goal.”
“ไม่ว่าเจ้านายจะให้เวลาผม 90 นาที หรือ 1 นาทีก็ตาม หน้าที่ของผมคือการทำประตู” – โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

“Table has never lied to anyone.”
“ตารางคะแนนไม่เคยโกหกใคร” – เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

“Don’t abominate a defeat. It is the key to victory.”
“อย่ารังเกลียดความพ่ายแพ้ เพราะมันคือกุญแจสำคัญสู้ชัยชนะ” – เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

“Finding good players is easy. Getting them to play as a team is another story.”
“การหานักกีฬาที่เก่งนั้นหาง่าย แต่จะให้มาเล่นกันเป็นเทีมนั้น คือ อีกเรื่องนึ่ง” – เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

“Nine tenths of education is encouragement.”
“9 ใน 10 ของการให้ความรู้ คือ การให้กำลังใจ” – โฆเซ่ มูรินโญ่

“Most games are lost, not won.”
“ในการแข่งขันมีคำว่าแพ้ มากกว่าคำว่าชนะ” – โรนัลโด้

ประโยคเด็ด
คติพจน์จีน
家里的垃圾知清倒,内心的垃圾
(贪、嗔、痴)不知 “倒”。
ขยะในบ้านรู้จักที่จะเททิ้ง แต่ขยะในใจ
(โลภ โกรธ หลง) กลับไม่รู้จัก "เททิ้ง"
 
คติพจน์จีน
健康是最佳的礼物,
知足是最大的财富,
善良是最好的品德,
关心是最真挚zhì的问候,
牵挂是最无私的思念,
祝福是最美好的话语。
สุขภาพแข็งแรงเป็นของขวัญที่ดีที่สุด
รู้จักพอเพียงเป็นโภคทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุด
จิตใจดีงามเป็นคุณธรรมความประพฤติที่ดีที่สุด
เอาใจใส่เป็นการถามไถ่สารทุกข์ที่จริงใจที่สุด
ความเป็นห่วงเป็นความคิดถึงที่ไม่เห็นแก่ตัวที่สุด
การอวยพรเป็นถ้อยคำพูดที่ดีงามที่สุด
 
คติพจน์จีน
在生之时不敬重,死后空劳拜孤坟。
เมื่อพ่อมียังมีชีวิตอยู่ ไม่รักเคารพพวกท่าน
เมื่อพวกท่านตาย ไหว้สุสานก็เปล่าประโยชน์
 
คติพจน์จีน
父母恩情深似海,人生莫忘父母恩。
บุญคุณของพ่อแม่ลึกล้ำดั่งทะเล ชั่วชีวิตคนเราอย่าได้ลืมพระคุณพ่อแม่
 
คติพจน์จีน
双手抱孩儿,才知父母时。
เมื่อสองมือได้อุ้มลูกของตนเอง เมื่อตอนนั้นถึงได้รู้ซึ้งถึงพระคุณพ่อแม่
 
คติพจน์จีน
在生孝敬一粒豆,较赢死后拜猪头。
เมื่อพ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ แสดงความกตัญญูแม้เพียงถั่วหนึ่งเม็ด
ยังดีกว่ารอให้ท่านตายแล้วไหว้ด้วยหัวหมู
 
คติพจน์จีน
生命的意义不在乎活得长、活得久,
而是在活得精彩、活得充实、活得有价值。
ความหมายของชีวิตนั้นไม่ได้อยู่ที่ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาว อยู่ได้ยืนนาน แต่อยู่ที่ว่ามีชีวิตอยู่อย่างยอดเยี่ยมมีสีสัน อยู่อย่างเติมเต็มมีสาระ
อยู่อย่างมีคุณค่า
 
คติพจน์จีน
笑口常开,好运自然来。
ยิ้มอยู่เสมอ ความโชคดีย่อมจะมา
 
คติพจน์จีน
微笑是一种面相,皱眉也是一种面相;
微笑能解决问题,但皱眉却紧锁问题。
การยิ้มเป็นการแสดงออกทางสีหน้าชนิดหนึ่ง
หน้านิ่วคิ้วขมวดก็เป็นการแสดงออกทางสีหน้าชนิดหนึ่ง
การยิ้มสามารถแก้ไขปัญหาให้ลุล่วง
แต่หน้านิ่วคิ้วขมวดกลับทำให้ปัญหาขมวดแน่นขึ้น
 
คติพจน์จีน
不怕山高路远,就怕意志不坚。
ไม่กลัวภูเขาสูงระยะทางไกล กลัวเพียงแต่ว่าความมุ่งมั่นไม่มั่นคง
 
คติพจน์จีน
鸟无翅膀不能飞,人无志气无作为。
นกไม่มีปีกบินไม่ได้ คนไม่มุ่งมั่นไม่มีผลงาน
 
คติพจน์จีน
非学无以广才,非志无以成学。
ไม่ศึกษาจะไม่รอบรู้ ไม่มุ่งมั่นจะศึกษาไม่สำเร็จ
 
คติพจน์จีน
人生至恶是善谈人过;人生至愚是恶闻己过。
ความเลวร้ายของคนเราก็คือการชอบที่จะพูดถึงแต่ความผิดพลาดของคนอื่น
ความโง่เขลาของคนเราก็คือการไม่ชอบที่จะฟังถึงความผิดพลาดของตนเอง
 
คติพจน์จีน
最少每日行一善,若能日日多行善更好。
ทำความดีอย่างน้อยวันละหนึ่งอย่าง ถ้าสามารถทำความดีหลายๆอย่างในทุกๆวันก็ยิ่งดี
 
คติพจน์จีน
身安不如心安,屋宽不如心宽。
กายสงบมิสู้ใจสงบ บ้านกว้างมิสู้ใจกว้าง
 
คติพจน์จีน
大多数人想要改造这个世界,但却罕有人想改造自己。
คนส่วนใหญ่คิดที่จะแก้ไขปรับเปลี่ยนโลกใบนี้
แต่กลับมีน้อยคนที่คิดจะแก้ไขปรับเปลี่ยนตนเอง


คติพจน์จีน จากเว็บ http://www.liferevo.org

rooney:
ช่วงชีวิต1-100“ปี人生吧”
0歲 - 出場
0 ขวบ เปิดฉากชีวิต
10歲 - 快樂成長
10 ขวบ สนุกสนานเติบโต
20歲 - 為情徬惶
20 ขวบ ลังเลไม่แน่
30歲 - 基本定向
30 ขวบ เข็มมุ่งเห็นชัด
40歲 - 拼命打闖
40 ขวบ มุ่งให้สำเร็จ
50歲 - 回頭望望
50 ขวบ หันหัวมามอง
60歲 - 告老還鄉
60 ขวบ แก่แล้วกลับบ้าน
70歲 - 搓搓麻將
70 ขวบ นั่งเล่นหมาเจี้ยง
80歲 - 晒晒太陽
80 ขวบ นั่งอาบแสงแดด
90歲 - 躺在床上
90 ขวบ รับแขกบนเตียง
100歲 - 在牆上
100 ขวบ แขวนบนกำแพง

所以呀 – ดังนั้น
該吃就吃該喝就喝, อยากกินกิน อยากดื่มดื่ม
有事别往心裡擱, เรื่องกลุ้มอย่าเก็บไว้洗個澡看著錶,อาบน้ำดูนาฬิกา舒服一秒是一秒สุขสบายทุกเพลา

rooney:
ธรรมมะดีๆ ว.วชิรเมธี
ปลง ปลง ปลง โดยท่าน ว.วชิระ เมธี

ใครที่ไม่ได้ไปนั่งฟังการบรรยายธรรมะโดยท่าน ว.วชิรเมธี
มีพี่ๆ ที่รู้จักไปนั่งฟังมา ท่านได้ให้พร 4 ข้อ ดังนี้

1. อย่าเป็นนักจับผิด
คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า
หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง
"กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก"
คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส "จิตประภัสสร"
ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี
"แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข"

2. อย่ามัวแต่คิดริษยา "แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน"
คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า "เจ้ากรรมนายเวร"
ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์
ฉะนั้น เราต้องถอดถอนความริษยาออกจากใจเรา
เพราะไฟริษยา เป็น "ไฟสุมขอน" (ไฟเย็น)
เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน
เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี "แผ่เมตตา"
หรือซื้อโคมมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป

3. อย่าเสียเวลากับความหลัง 90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ
"ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น"
มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก
เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องเคราต่างๆ ไว้ที่หลัง
ขึ้นไปด้วยความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ
"อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน"
"อยู่กับปัจจุบันให้เป็น" ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย
คือมี "สติ" กำกับตลอดเวลา

4. อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ "ตัณหา" ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่เกินพอดี
เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ
ธรรมชาติของตัณหา คือ "ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม"
ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที่แท้ ไม่ใช่ คุณค่าเทียม
เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกา คืออะไร
คือ ไว้ดูเวลาไม่ใช่มีไว้ใส่เพื่อความโก้หรู
คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือ คืออะไร คือไว้สื่อสาร
แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์
เราต้องถามตัวเองว่า "เกิดมาทำไม"
"คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน"
ตามหา "แก่น" ของชีวิตให้เจอ
คำว่า "พอดี" คือ ถ้า "พอ" แล้วจะ "ดี"
รู้จัก "พอ" จะมีชีวิตอย่างมีความสุข"


rooney:


By changing your mind, you change everything.

แค่เปลี่ยนความคิด คุณก็เปลี่ยนทุกอย่างแล้ว



Stop over thinking, stop worrying, stop complaining.
Life is too short for all of that.

หยุดคิดมาก หยุดกังวล หยุดบ่น
เพราะชีวิตเรานั้นสั้นเกินกว่าจะมาเสียเวลาให้กับสิ่งเหล่านี้



What is coming is better than what is gone.

สิ่งที่กำลังจะผ่านเข้ามา ดีกว่าสิ่งที่ผ่านไปแล้วเสมอ



Sometimes you have to walk away from what you want
to find what you deserve.

บางครั้งเราก็ต้องเดินออกมาจากสิ่งที่เราต้องการเพื่อค้นหาสิ่งที่เราคู่ควร



Never stress over things you can’t change.
The past is in the past, and it’s not worth your attention.

อย่าไปเครียดกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว อดีตคืออดีต และมันไม่มีค่าให้เราต้องสนใจ



Sometimes you have to move on, no matter how hard it is.

บางครั้ง เราก็ต้องเดินต่อไป ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม



The past is meant to teach you and the hard times are meant to strengthen you.

อดีตมีไว้เพื่อสอนให้เราได้เรียนรู้ ส่วนช่วงเวลาที่โหดร้ายนั้นมีไว้เพื่อให้เราเข้มแข็งขึ้น



You will never be happy
if you continue to hold on to the things that make you sad.

คุณไม่มีวันมีความสุขได้ ถ้าหากยังจมอยู่กับสิ่งที่ทำให้คุณโศกเศร้า



You’ll never understand until it happens to you.

คุณจะไม่มีวันเข้าใจอะไรได้ จนกว่าจะได้เผชิญกับมันด้วยตัวเอง




Sometimes you have to accept the fact that
certain things will never go back to how they used to be.

บางครั้งเราต้องยอมรับความจริงว่า
บางสิ่งจะไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิม



Don’t give up hope. It always happens when you least expect it.

อย่าละทิ้งความหวัง เพราะทุกสิ่งจะเกิดขึ้นได้เมื่อคุณยังคาดหวังเสมอ



Your dream doesn’t have an expiration date.
Take a deep breath and try again. -KT Witten

ความฝันของคนเราไม่มีวันหมดอายุ จงหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพยายามอีกครั้ง



Sometimes you have to go through the hard times
to realize how strong you are.

บางครั้งเราก็ต้องก้าวผ่านคืนวันอันโหดร้าย เพื่อให้รู้ว่าเราเข้มแข็งได้มากแค่ไหน



Be patient. Things will change for the better.

จงอดทน ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า




Never let your problems ruin your faith.

อย่าปล่อยให้ปัญหา มาทำลายศรัทธาของคุณ

rooney:
สุภาษิต' เป็นประโยคสั้นๆ ที่มีพื้นฐานจากประสบการณ์ยาวๆ

นี่เป็นหนึ่งในหลากหลายคำคมเด็ดๆของ Bernard Meltzer(1917-1998)
ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของประสบการณ์ชีวิตอันเข้มข้นและยาวนานมากพอที่หากคุณได้รับรู้แล้วก็จะไม่แปลกใจเลย
ว่าทำไมสุภาษิตที่เปี่ยมไปด้วยสัจจธรรม ที่ทั้งอบอุ่น คมคาย แพรวพราวไปด้วยอารมณ์ขัน
และช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนนับล้านมาแล้วทั่วโลก

Bernard Meltzer เกิดและเติบโตมาในถิ่นสลัมของครอบครัวชาวยิวที่อัตคัดขัดสนในแมนฮ้ตตั้น
ครอบครัวของเขาทั้ง 6 คน ประกอบด้วยพ่อผู้เป็นคนขายแรงงานเร่ร่อนตามโรงงานต่างๆ
แม่ผู้ยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อให้ลูกๆทุกคนท้องอิ่ม รวมทั้งพี่สาว 2 คน และน้องขายอีก 1 คน
ทั้งหมดอาศัยอยู่รวมกันในห้องแคบๆบนชั้น4ของอพาตเม้นท์เก่าๆ ที่ทั้งชั้นมีห้องน้ำเพียงห้องเดียว
ทุกๆเช้าทุกคนจะรีบวิ่งแข่งกับครอบครัวชาวยิวอีก5ครอบครัวเพื่อที่จะได้อยู่หัวแถวที่มีคิวยาวเหยียด

ในสมัยเด็กเขามีปัญหาในเรื่องของการอ่าน (อันเนื่องมาจากพัฒนาการทางสมองที่ล่าช้าผิดปกติ)
ทำให้เขาถูกครูสั่งให้แยกไปนั่งที่มุมห้องแล้วสวมหมวกที่เขียนคำว่า "อ้ายทึ่ม" ไว้บนหัว
เขาพยายามแก้ปัญหาที่น่าอับอายนี้ด้วยการวิ่งไปที่ห้องสมุดเกือบทุกครั้งที่ถึงเวลาพักเที่ยง
คว้าหนังสือพวกบทกวีนิพนธ์ต่างๆขึ้นไปตะโกนอ่านดังๆบนห้องใต้หลังคาบนชั้นสามเพียงลำพัง
พร้อมกับออกท่าทางราวกับนักแสดงละครของเช็กสเปียร์ผู้เจนเวที เขาทำแบบนั้นอยู่หลายปี
ซึ่งเป็นวิธีการที่เขาเรียกว่า"การเปลี่ยนสิ่งที่เป็นปัญหาให้เป็นทรัพย์สิน"
ในระหว่างนี้เขาไม่เพียงแต่พัฒนาความสามารถในการอ่าน
แต่ยังเกิดความรักและซาบซึ้งในบทกวีซึ่งได้ฝังลึกอยู่ในจิตใจของเขาไปตลอดชีวิตอีกด้วย
ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ จากที่ถูกเรียกว่าอ้ายทึ่มในสมัยชั้นประถมตอนต้น
เขาเปลี่ยนมาเป็นนักเรียนระดับธรรมดาในชั้นประถมตอนปลาย
พอขึ้นชั้นมัธยม ความสามารถทางการอ่านของเขาสูงกว่าระดับเฉลี่ยของนักเรียนทั่วไป
และสามารถสอบเข้าเรียนต่อในสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเวลาต่อมา

ในช่วงที่เป็นเด็กวัยรุ่น แม้ว่าเขาจะได้การยอมรับให้เป็นหัวหน้าของแก้งค์
ที่เจ๋งที่สุดในละแวกที่ระยำที่สุดของเมืองก็ตาม แต่เขาก็ยังเป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหวในระดับสูง
ทุกครั้งที่พาแก้งค์แอบมุดเข้าไปในโรงหนัง เขาจะค่อยๆแยกตัวออกมานั่งห่างไกลจากกลุ่มคน
เพื่อไม่ให้ลูกน้องมาเห็นน้ำตาของเขาซึ่งมักจะไหลนองหน้าทุกครั้งเมื่อเวลาถึงฉากสะเทือนใจ

เมื่อจบการศึกษา เขาเริ่มทำงานด้านวิศวกรรมโยธา เชี่ยวชาญด้านการวางผังเมือง การก่อสร้าง
อาคารที่ดิน ซึ่งในขณะที่เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ยังคงทำงานเป็นวิศวกรไปจนตลอดชีวิต
Meltzer ขยับขยายไปทำงานด้านเศรษฐกิจ การเงิน การธนาคาร การประมูล
การบรรยาย และการศึกษา(เป็นอาจารย์สอนวิชากฎหมายในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง)
เป็นนักจัดรายการวิทยุชั้นนำของอเมริกาอยู่หลายสิบปีที่มีเรตติ้งสูงสุดคือราวห้าล้านคนต่อสัปดาห์
ซึ่งผู้ฟังสามารถโทรศัพท์มาปรึกษาได้ภายใต้รายการสดที่ชื่อ "What's Your Problem?"
แม้ในช่วงท้ายของชีวิตเขาจะป่วยเป็นโรคพาร์คินสัน แต่เขาก็ยังคงมาแบ่งปันปรัชญาชีวิต
เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนนับล้านๆทางรายการวิทยุแห่งนี้ต่อไปอีกถึง 5 ปี
จนกระทั่งเสียชีวิตที่เต็มไปด้วยเรื่องน่าทึ่งนี้ในวัย 81 ปี

ก่อนที่จะถึงวาทะเด็ดๆ ของ Meltzer ที่ผมได้รวบรวมมาแบ่งปันให้เพื่อนๆชาวบล็อกได้อ่านกันนั้น
อยากจะชี้ให้เห็นถึงข้อที่น่าสังเกตซึ่งถือเป็นจุดเด่นของวาทะของ Meltzer ซักหน่อย นั่นคือ
วาทะส่วนใหญ่ของเขานั้นจะไม่ใช้ถ้อยคำที่แสดงถึงความหมายที่ต้องการจะสื่ออย่างตรงๆทื่อๆ
แต่เขามักจะหยิบยกเอาเรื่องธรรมดาทั่วไปมาอุปมาอุปมัยให้คนฟังได้ฉุกคิดและค้นหาปรัชญา
ที่ซ่อนอยู่ในถ้อยคำเหล่านั้นด้วยตัวเอง

เอาล่ะ ทีนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่คุณจะได้ค้นหาปรัชญาชีวิตดีๆ จากวาทะเด็ดๆของ Meltzer กันบ้าง
อยากรู้จังว่าวาทะไหนจะโดนใจคุณมากที่สุด และคุณได้ค้นพบอะไรบ้างจากวาทะนั้น?

================================


ความแตกต่าง... ระหว่างหินขวางทาง
กับหินขั้นบันได ...อยู่ที่วิธีการใช้


ความผิดพลาด... เป็นธรรมดาของมนุษย์
แต่เมื่อคุณพบว่า ....ยางลบมันสึกหมดก่อนดินสอ
คุณก็จะไม่ทำผิดอีก


อย่าวิตก... เพียงเพราะว่ามีบางคนเลียนแบบอย่างคุณ
ตราบใดที่เขายังตามรอยคุณอยู่ เขาก็ไม่อาจล้ำหน้าคุณไปได้


บทเรียนทางเศรษฐศาสตร์
ระยะฟื้นตัวคือ... ตอนเพื่อนบ้านของคุณตกงาน
ระยะตกต่ำคือ... ตอนคุณตกงาน
ระยะโกลาหลคือ... ตอนภรรยาคุณตกงาน


คนที่ทำงานด้วยมือ เราเรียกว่า ช่าง
คนที่ทำงานด้วยสมองเราเรียกว่า ปัญญาชน
คนที่ทำงานด้วยมือและสมอง รวมกับหัวใจ
เราเรียกว่า ศิลปิน


ผมไม่อาจให้สูตรแห่งความสำเร็จแก่คุณได้
แต่ผมมั่นใจว่า
ผมสามารถให้สูตรแห่งความล้มเหลวได้
มันเป็นอย่างนี้...
"พยายามเอาใจทุกคน"


ขณะที่คุณเป็นอยู่เดี๋ยวนี้
ผมก็เคยเป็นมาก่อน
ขณะที่ผมเป็นอยู่เดี๋ยวนี้
สักวันคุณอาจเป็นบ้าง


คุณไม่อาจอยู่เหนือโลกได้
หากคุณแบกโลกไว้บนบ่า


จงจำไว้...
ต้นโอ๊กมหึมาในวันนี้
เป็นเพียงเมล็ดน้อยๆเมื่อวันวาน
...ที่ปักต้นให้ยึดติดกับพื้นมั่น


พึงตระหนักว่า...
เต่าเดินก้าวหน้า
ในยามที่มัน
...ยื่นหัวจากกระดอง


ความกังวล...
ช่างเหมือนเก้าอี้โยก
มันให้คุณทำอะไรบางอย่าง
แต่ว่าคุณ...
ไม่ได้ไปถึงที่ไหนเลย


เรือที่จอดทอดสมออยู่ในอ่าวนั้น..
ปลอดภัย
แต่..
เรือหาได้สร้างมาเพื่อการนี้ไม่


อาจไม่มีเครื่องบินหรือรถยนต์
หรือบ้านก็ไม่อาจติดดวงไฟ
เราคงยังอาศัยอยู่ในถ้ำที่หนาวเหน็บและเปียกแฉะ
ถ้าโลกถูกปกครองด้วยคนที่กล่าวเพียงว่า
"ทำไม่ได้"


ปู่ของผมเคยกล่าวว่า...
คนเราควรดำรงชีวิตอยู่
เพื่อว่าเมื่อถึงเวลาตาย
แม้แต่สัปเหร่อก็ยังเศร้า
เมื่อเห็นเขาจากไป


ไม่มีทางใดที่จะบริหารหัวใจของคุณ
ได้ดีเท่า...
โน้มตัวลงไป
แล้วช่วยยกใครสักคนขึ้นมา


วิธีที่ดีที่สุดในการมีเพื่อนดีๆสักคนหนึ่ง
คือ.. ตัวเองต้องเป็น
เพื่อนที่ดีก่อน



ถ้าชีวิตยื่นมะนาวให้คุณ...
อย่าคร่ำครวญโศกาอาลัย
ให้ใช้มันทำน้ำมะนาว


เวลาแห่งความพยายามวันนี้
ในอีกยี่สิบปีข้างหน้า
จะกลายเป็น
"วันเก่าๆ อันแสนงดงาม"


ความแตกต่างอันแท้จริงระหว่าง...
ผู้มองโลกในแง่ร้าย กับ ผู้มองโลกในแง่ดี คือ
ผู้มองโลกแง่ร้ายเห็นโอกาสแล้วก็เห็นความยากลำบากด้วย
ผู้มองโลกแง่ดี เห็นความยากลำบากเดียวกันแล้วก็เห็นโอกาสด้วย


ความโกลาหล ย่อมเกิดขึ้น...
เมื่อสุภาพสตรีท่านหนึ่งขับรถแล้วประสงค์จะเลี้ยวซ้าย
แต่รถอยู่ช่องขวาสุดของถนน


ความตื่นเต้น ย่อมเกิดขึ้น...
เมื่อหญิงสองคนกำลังเล่าความลับสู่กันฟัง


เสียงเซ็งแซ่ ย่อมเกิดขึ้น...
เมื่อหญิงสามคนอยู่ที่เค้าน์เตอร์ของลดราคาพร้อมกัน


ความวุ่นวาย ย่อมเกิดขึ้น...
เมื่อหญิงสี่คนแย่งกันจ่ายค่าอาหารกลางวัน


ลิ้นที่ตวัดหละหลวม
มักทำให้คุณ
ไปอยู่ในที่.. แน่นทึบ


งานยาก มักเป็น.....งานง่ายที่คุณ
ไม่ได้ทำในเวลาที่สมควร


การสูงอายุขึ้น
ไม่เลวร้ายนักหรอก
เมื่อคุณรู้สำนึก
แห่งความเปลี่ยนแปลง


นี่เป็นนิทานเรื่องหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นในสงครามกลางเมือง
กองทัพของฝ่ายเหนือกับกองกำลังของฝ่ายสหพันธ์เคลื่อนพลเข้าหากัน
ชายผู้หนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นต้องการอยู่อย่างปลอดภัย
เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับสงครามอันเลวร้าย
เขาสาบานว่าจะอยู่อย่างเป็นกลาง
ดังนั้นเขาจึงสวมกางเกงของฝ่ายสหพันธ์
และเสื้อของฝ่ายเหนือ
วันต่อมา.. ผู้คนพบเขา
ถูกกระสุนของฝ่ายสหพันธ์ที่หน้าอก
และกระสุนของฝ่ายเหนือที่ก้นกบ


เราอาจให้โดยปราศจากความรัก
แต่เราไม่อาจรักโดยปราศจากการให้

Cradit : ripley.exteen

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป